จับสัญญาณร่างกาย ก่อนมะเร็งมาเยือน

Want create site? Find Free WordPress Themes and plugins.

คนป่วยมะเร็งส่วนใหญ่มักมาพบแพทย์เมื่อตรวจพบเจอก้อนมะเร็งที่ลุกลามไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายแล้ว ทำให้ยากต่อการรักษาให้หาย คงจะดีกว่าหากผู้ป่วยรู้ตัวตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แล้วรีบมาพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษา

คำถามคือจะรู้ได้อย่างไร? ในทางปฏิบัตินั้นแพทย์จะแนะนำให้ตรวจสุขภาพทุกปีเพื่อค้นหาความผิดปกติ หรือการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ที่อาจเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งต่างๆ แต่วิธีที่ง่ายกว่านั้น คือการหมั่นสังเกตอาการเบื้องต้นของโรคมะเร็งได้ด้วยตัวเราเอง เพราะในฐานะเจ้าของร่างกาย ย่อมรู้ถึงความผิดปกติของสภาพร่างกายที่เปลี่ยนไปได้เป็นอย่างดี เช่น คลำพบก้อนเนื้อ น้ำหนักตัวลด หรือเพิ่มผิดสังเกต มีเลือดออกที่อวัยวะต่างๆ การขับถ่ายเปลี่ยนไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการก่อตัวของโรคมะเร็งได้

จากนี้คือหลักในการสังเกตอาการของมะเร็งชนิดต่างๆ ที่ไม่ควรมองข้าม

1.มะเร็งเต้านม จะพบก้อนที่เต้านม หรือรักแร้ เต้านมมีขนาดและรูปทรงเปลี่ยนไป หัวนมบุ๋ม หรือหัวนมบอด (จากเดิมที่ปกติ) ผิวหนังที่เต้านมบุ๋มลงไปคล้ายลักยิ้ม ผิวหนังที่เต้านมมีผื่น แดง ร้อน และขรุขระคล้ายผิวส้ม มีของเหลวคล้ายน้ำเหลืองหรือน้ำเลือดไหลออกจากหัวนม

2.มะเร็งปากมดลูก ในระยะเริ่มแรกจะไม่มีอาการแสดงชัดเจน แต่สามารถตรวจพบได้จากการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ในระยะเริ่มต้นจะพบว่ามีอาการเลือดออกผิดปกติจากช่องคลอด เช่น ประจำเดือนมานานผิดปกติ มีเลือดออกแบบกะปริบกะปรอยระหว่างรอบเดือน เลือดออกขณะมี/หรือหลังจากมีเพศสัมพันธ์ เลือดออกหลังวัยหมดประจำเดือน ตกขาวมากผิดปกติ มีกลิ่นเหม็น หรือมีเลือดปนออกมา

3.มะเร็งรังไข่ ถือเป็น “มะเร็งเงียบ” ชนิดหนึ่งเพราะตรวจพบยาก เนื่องจากในระยะแรกมีอาการคล้ายกับโรคทางเดินอาหาร ท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้อง ท้องผูก ทำให้ผู้ป่วยมักไปพบแพทย์เพื่อตรวจระบบทางเดินอาหารแทนการตรวจหามะเร็ง หากมะเร็งเข้าสู่ระยะลุกลาม ผู้ป่วยมักคลำเจอก้อนเนื้อแถวท้องน้อย ปวดท้องน้อย ท้องโตขึ้นรวดเร็ว มีพุงห้อยย้อยระดับต่ำกว่าปกติ และมีประจำเดือนผิดปกติ

4.มะเร็งตับ มีอาการปวดบริเวณชายโครงด้านขวา อาจปวดร้าวไปที่หลังหรือไหล่ขวารวมถึงบริเวณลำตัวซีกขวาทั้งหมด ผู้ป่วยมีอาการตัวเหลือง ตาขาวเป็นสีเหลือง น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร มีอาการท้องมาน ตับโตขึ้นจนช่วงท้องเปลี่ยนรูปร่างไป

5.มะเร็งปอด มีปัญหาเรื่องการหายใจ เช่น หายใจมีเสียงหวีดๆ หรือหายใจสั้นถี่ๆ หอบ เหนื่อยง่ายและเหนื่อยเป็นประจำ หายใจไม่ทั่วท้อง เจ็บหน้าอก ไอบ่อย ไอเป็นเลือดออก เสียงแหบ และน้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว

6.มะเร็งกระเพาะอาหาร ในระยะแรกผู้ป่วยมีอาการท้องอืดหลังรับประทานอาหาร รู้สึกเหมือนอาหารไม่ย่อย เบื่ออาหาร น้ำหนักลดอย่างไม่ทราบสาเหตุ เมื่อโรคลุกลามขึ้นจะเจ็บช่องท้อง บริเวณส่วนบนและตรงกลาง คลื่นไส้เป็นประจำ โดยอาเจียนมีเลือดปนมาด้วย และอาจะพบเลือดในอุจจาระ หรืออุจจาระเป็นสีดำ

7.มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ผู้ป่วยมักมีอาการคล้ายกับโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ เช่น ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะติดขัดและปวดแสบหลังปัสสาวะ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ปัสสาวะเป็นเลือดโดยไม่มีอาการเจ็บปวด หรือมีเพียงหยดเลือดออกมาหลังจากปัสสาวะสุดแล้ว หากมะเร็งลุกลามไปยังอวัยวะใกล้เคียงอาจจะทำให้ท่อไตอุดอัน ไตวาย ปวดหลังบริเวณล่าง

8.มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มักพบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยจะมีพฤติกรรมการขับถ่ายที่เปลี่ยนไป เช่น ท้องผูกสลับท้องเสีย ก้อนอุจจาระมีขนาดเล็กลง เพราะรูของลำไส้ใหญ่แคบลงจากก้อนมะเร็งเบียดบัง และอุจจาระเป็นมูก สำหรับมะเร็งลำไส้ตรงหรือทวารหนัก มักมีเลือดปนมากับอุจจาระ รู้สึกเหมือนถ่ายอุจจาระไม่สุด และปวดทวารหนักอย่างรุนแรง

9.มะเร็งต่อมลูกหมาก อาการที่พบโดยทั่วไปได้แก่ ปัสสาวะติดขัดและมีอาการปวด ปัสสาวะอ่อนไม่พุ่งแรง กลั้นปัสสาวะไม่ได้ มีเลือดปนในปัสสาวะหรือน้ำอสุจิ อวัยวะเพศไม่แข็งตัวหรือแข็งตัวยาก เมื่อถึงจุดสุดยอดระหว่างร่วมเพศจะมีอาการเจ็บตอนหลั่งน้ำอสุจิ

10.มะเร็งเม็ดเลือดขาว มักพบในคนไข้อายุน้อยแต่ก็พบได้ในทุกวัย ผู้ป่วยมีปริมาณเม็ดเลือดต่ำและมีเลือดออกง่าย เช่น เลือดออกตามไรฟัน ประจำเดือนมามากผิดปกติ นอกจากนี้ ยังฟกช้ำดำเขียวง่าย เนื้อตัวเป็นจ้ำๆ สภาวะเลือดจาง ตัวซีด ร่างกายอ่อนแอเหนื่อยง่าย

11.มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ผู้ป่วยพบก้อนที่บริเวณต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณคอ รักแร้ ขาหนีบ อาจยังไม่มีอาการเจ็บในช่วงแรก แค่มีขนาดโตผิดปกติ เมื่อคลำเจอจะเป็นก้อนแข็งหยุ่นๆ หากใช้มือกดที่ก้อนอาจรู้สึกเจ็บ มักพบต่อมทอนซิลโตขึ้น น้ำหนักลด เบื่ออาหาร มีไข้เป็นระยะ มีเหงื่อออกมากเวลากลางคืน

12.มะเร็งสมอง อาการที่พบบ่อยคือปวดศีรษะร่วมกับอาการคลื่นไส้อาเจียน อาจมีอาการปวดศีรษะรุนแรงจนไม่สามารถนอนหลับได้ มีปัญหาด้านการมองเห็น เช่น ตาพร่า เห็นแสงเป็นจุดๆ ลอยไปมา มีอาการชาที่แขน ขา ปลายนิ้ว มีทักษะในการรับรู้ การพูดสื่อสารไม่เหมือนเดิม สูญเสียการทรงตัว รู้สึกชาที่ใบหน้าซีกใดซีกหนึ่งและมีปัญหาในการควบคุมกล้ามเนื้อใบหน้า

ที่มา : เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์

Did you find apk for android? You can find new Free Android Games and apps.